New Muslim’s Story I

DSC_0198

New Muslim’s Story I – เรื่องเล่าของมุสลิมใหม่ ตอนที่ 1

หลายต่อหลายครั้งผมถูกถามว่าทำไมถึงรับอิสลาม ผมพบว่ามันเป็นคำถามที่ตอบยาก ไม่ใช่เพราะตอบไม่ถูก, ไม่รู้คำตอบ แต่เป็นเพราะคำตอบของคำถามที่ว่า “ทำไมต้องอิสลาม” นั้น เท่าที่ผมคิดออกด้วยตัวเองก็มีอยู่เยอะเหลือเกิน ในซีรี่ย์ Muallaf’s Story นี้ ผมจะเขียนถ่ายทอดประสบการณ์ แนวคิด เหตุผล ข้อเท็จจริง และข้อคิดเห็นของผมในประเด็นเกี่ยวกับการเข้ารับอิสลาม (ในมุมมองของผม) ซึ่งมีหลายมุมมองที่บุคคลทั่วไป, ผู้ที่เกิดในครอบครัวมุสลิมคิดไม่ถึง และเข้าใจผิด โปรดติดตาม…

ได้รับของขวัญจากพี่น้อง กาปิเยาะกับโสร่ง

อาอุชุบิลลาฮิ นิมัชชัยตอนิรรอฮีม – ข้าพเจ้าขอความคุ้มครองต่ออัลลอฮฺ ให้พ้นจากความชั่วร้ายของชัยฏอนที่ถูกสาปแช่ง
บิสมิลลานิรเราะมานิรเราะฮีม – ด้วยพระนามของอัลลอฮ์ ผู้ทรงกรุณา เมตตาปราณีเสมอ
อัสลามุอลัยกุ้ม วะเราะมาตุ้ลลอฮฺ ฮิวาบาเราะกาตุ –  ขอสันติสุข ความเมตตาปรานี และความเป็นสิริมงคลจากอัลลอฮฺจงมีแด่ท่าน

เป็นเวลากว่า 1 ปีครึ่งแล้ว ที่เฟาซี บินอาดัมผู้นี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา

ช่วงสัปดาห์สุดท้ายของกันยายน พ.ศ. 2553 ผมกล่าวชาดาฮาอ์โดยมีอาฏิล บินอัฟเฟนดีเป็นพยาน

ขณะที่ท่องจำคำกล่าวชาดาฮาอ์อยู่นั้น วังวนของความคิดก็ทำให้ผมระลึกถึงความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ภาระที่จะต้องแบกรับ บททดสอบในภายภาคหน้า ความคิดส่วนใหญ่ของผมมุ่งประเด็นไปที่ครอบครัว ผมไม่มีใครนอกจากพ่อและแม่ การหักอกพ่อแม่เป็นเรื่องที่ไม่สมควรทำอย่างยิ่ง ความกลัวและความกล้าบ้าบิ่นมันตีกันอยู่

“น้ำเชี่ยว อย่าเอาเรือไปขวาง” เป็นคำอธิบายที่ดีสำหรับเหตุการณ์นั้น วันนั้นชัยตอนพ่ายแพ้ให้จิตใจที่มุ่งเข้าหาความดีงาม

หากถามว่าในอดีตผมเป็นกาเฟรที่มีแนวคิดล้ำลึก มุ่งแสวงหาสัจธรรมอันแท้จริงอย่างนั้นหรือ คำตอบคือไม่

ผมไม่ได้ต้องการเสาะหาสัจธรรมอะไร ผมเกิดมาเป็นชาวพุทธ ผมก็มีความสุขดีอยู่แล้ว นรก สวรรค์ ความดี ความชั่ว ศาสนาพุทธก็มีคำอธิบายที่ครบถ้วนสมเหตุสมผลดีอยู่แล้ว จะต้องไปแสวงหาอะไรให้เหนื่อยอีกล่ะ? พระเจ้าเหรอ? เข้าใจยาก อะไรไม่รู้ ไม่มีก็ไม่เป็นอะไรมากนี่นา เราก็เป็นคนดีไม่ฉ้อโกงใครอยู่แล้ว

และผมเชื่อว่าคน “ส่วนใหญ่” เป็นอย่างผมนี่แหละ

มันเลยเป็นสิ่งที่น่าขันพอสมควร เวลาได้ยินคนทั่วไปยิงคำถามว่า “เราเกิดมาทำไม” และให้คำตอบว่า “เพื่อเสาะหาสัจธรรม” เพราะมันเป็นคำตอบของคุณ เป็นคำตอบของพี่น้องเรา คุณรู้ว่าต้องตอบแบบนั้นเพราะคุณเป็นมุสลิม และคุณต้องการดะวะฮฺคนทั่วไป แต่มันไม่ค่อยได้ผลหรอกครับ เพราะคุณเกิดในครอบครัวมุสลิม คุณรับรู้อย่างนั้นมาทั้งชีวิต ซึมซับอิสลามจน Mindset (ความเชื่อที่กำหนดพฤติกรรมและตัวตน) ของคุณบอกให้คุณเชื่อว่า “อิสลามเป็นความปกติ” คนทั่วไปไม่ได้มีความเข้าใจอย่างนั้น อิสลามมิใช่แนวทางปกติที่คนๆหนึ่งจะคิดขึ้นมาเองได้ แต่การดำรงชีวิตด้วยอิสลามนั้นเป็นสิ่งที่ยุ่งยากพอสมควร

ข้อสนับสนุนง่ายๆ, คุณต้องตายแน่ๆถ้าคุณไม่ได้กินข้าว แต่คุณไม่ตายเพราะคุณไม่มีอิสลามหรอก

คนศาสนาไหนๆก็พยายามเข้าหาศาสนาตัวเอง เข้าใจศาสนาตัวเองให้ลึกซึ้งที่สุดเท่าที่ทำได้ นี่ก็ถือว่าเป็นการเสาะหาสัจธรรม แต่น้อยนักที่จะเสาะหาสัจธรรมแบบศึกษาทุกศาสนาอย่างเท่าเทียม เอาจริงเอาจัง และกล้าเปลี่ยนตัวเองโดยสิ้นเชิงเมื่อเจอสิ่งที่ใช่จริงๆ ผมเองถ้าไม่ได้เพื่อนคอยสอน ก็คงไม่มาถึงขนาดนี้

ชีวิตของมนุษย์ปัจจุบันนั้นมีสิ่งที่ดึงดูดความสนใจเยอะ จึงทำให้เราไม่มีเวลาหยุดเพื่อคิด เพื่ออยู่กับตัวเอง ทำให้เราไม่ได้ให้ความสำคัญกับการค้นหาสัจธรรมกันสักเท่าไหร่ ความมุ่งหวังในโลกดุนยามันกินส่วนแบ่งเวลาของชีวิตของเราไปหมด เวลาเข้าวัดเข้าวาเข้าโบสถ์เข้ามัสยิดศึกษาธรรมะจึงไม่เหลืออยู่เลย ศาสนาจึงเป็นแค่งานอดิเรกไว้ทำตอนเทศกาลต่างๆ

ความสำคัญของศาสนาจึงลดลง คนจึงคิดว่าเอาเวลาไปเรียน, ทำงานดีกว่า จะได้มีเงินแต่งงาน ออกลูกออกหลานสืบสกุลกันต่อไป

นี่สิ… คำตอบที่ “สมเหตุสมผล” ว่าเราเกิดมาทำไม

“มนุษย์เกิดมาเพื่อหาสัจธรรม” มันจึงเป็นคำตอบที่ค่อนข้างเพ้อฝัน ไม่อยู่กับความเป็นจริง ในมุมมองของคนกาเฟร คนกาเฟรไม่ได้คิด ไม่ได้เข้าใจ ไม่ได้มี mindset แบบมุสลิม การที่จะเข้าใจกาเฟรให้ได้จึงไม่ง่าย ผู้ที่เคยเป็นกาเฟรมาก่อนย่อมรู้ดี

ย้อนกลับมาหาคำถามที่ผมถามทิ้งไว้และยังไม่ได้ตอบ คือคำถามที่ว่า “ทำไมต้องอิสลาม”

เนื่องจากคำตอบที่ผมคิดออกนั้นมีหลายคำตอบ ในตอนที่ 1 นี้ผมจึงขอตอบแค่คำตอบเดียวก่อน และจะตอบโดยใช้ตรรกะเป็นส่วนใหญ่ อ้างอิงความรู้ศาสนาน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อเลียนแบบการคิดของกาเฟร

“เพราะอิสลามเป็นหนทางที่ปลอดภัยที่สุด”

การพิสูจน์ว่าอิสลามเป็นศาสนาที่ปลอดภัยที่สุดนั้นไม่ยาก (ขอใช้คำว่าศาสนา แม้จะมีผู้อ้างว่าอิสลามเป็นมากกว่าศาสนา หรืออย่างอื่น)

เราทุกคนอยู่บนโลกใบเดียวกัน จักรวาลเดียวกัน กฏทางฟิสิกส์เดียวกัน มันจึงไม่สมเหตุสมผลที่นรก สวรรค์ และความเชื่อเรื่องความตายจะมีหลายรูปแบบ หลายบรรทัดฐาน

มันควรจะมีเพียงรูปแบบเดียว!

แล้วรูปแบบไหนจากรูปแบบที่ปรากฏในปัจจุบันทั้งหมดล่ะที่ถูกต้องที่สุด?

ศาสนาหลักๆของโลกในปัจจุบัน มีดังนี้ พุทธ คริสต์ อิสลาม ยิว พราหมณ์-ฮินดู วิทยาศาสตร์ และพวกไม่เชื่อในศาสนาใดๆ (Atheism)

เราจะใช้วิธีตัดตัวเลือกออกทีละประเด็นๆ

รอบแรก: ศาสนาที่เชื่อในพระเจ้า VS ศาสนาที่ไม่เชื่อในพระเจ้า

เมื่อเราเปรียบเทียบจำนวนประชากรแล้ว กลุ่มที่เชื่อในพระเจ้าชนะขาด

ก็เหลือคริสต์ อิสลาม ยิว ฮินดู

รอบที่สอง: หากมีพระเจ้าหลายคน พระเจ้าคงจะตีกันอีรุงตุงนัง เพราะแต่ละพระเจ้าก็อยากทำอย่างที่ตัวเองต้องการ ถ้าจะแบ่งแยกกันทำหน้าที่ก็คงจะไม่ใช่ มิฉะนั้นจะเป็น concept ของมะละอิกัต, เทวดา ไปเสีย

เราก็ตัดฮินดูทิ้งไป สำหรับคริสต์ก็ยังถือว่าพระเจ้าองค์เดียว แต่มี 3 ภาค(?)

รอบที่สาม: รอบนี้เหลือ ยิว คริสต์ อิสลาม ที่ยังคงถกเถียงกันอยู่ถึงปัจจุบัน แต่ด้วย “ข้ออ้าง”(ในบริบทของการโต้วาที) ของอิสลามที่ว่า “อิสลามเป็นศาสนาสุดท้ายที่อัลลอฮฺ (ซ.บ.) ประทานให้แก่มนุษย์” จึงทำให้ได้ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลว่า ศาสนาสุดท้ายของศาสนาทั้งหมดที่พระเจ้าหนึ่งเดียวประทานลงมา ควรจะเป็นศาสนาที่สมบูรณ์ที่สุด และเป็นแนวทางที่ “ปลอดภัย” ที่สุด ซึ่งไม่พบว่ามีศาสนาใดใหม่กว่าอิสลามอีกแล้ว

“ฉันขอปฏิญาณตนว่าไม่พระเจ้าอื่นใด นอกจากอัลลอฮฺ และฉันขอปฏิญาณว่ามูฮัมมมัดคือรสูล ของอัลลอฮฺ” 

Author: Pakpoom

A Thai student in Germany, "it's not easy to be an adult".

4 thoughts on “New Muslim’s Story I”

  1. อ่านแล้ว น้ำตาซึมกันเลยทีเดียว มะนุ้ยดุอาให้นะลูก

  2. กาปิเยาะยังอยู่ โสร่งซอดอกอฮฺให้พี่น้องไปแล้ว

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s