Roma, ti amo

Processed with VSCOcam with x3 preset

“กรุงโรมไม่ได้สร้างเสร็จในหนึ่งวัน”

..และไม่ได้เที่ยวจนหมดได้ในหนึ่งวันด้วย!

เท้าความก่อน.. ทริปนี้เป็นทริปที่เรียกว่าไม่ได้คาดคิดไว้ด้วยซ้ำ เนื่องจากตอนแรกผมตั้งใจจะกลับไทยเพื่อไปร่วมงานแต่งงานของเพื่อนรัก แต่ไปๆมาๆผมยังมีเรียนถึงวันที่ 23 ธ.ค.ดูตั๋วราคาถูกแล้วมันมีเวลาให้อยู่แค่ 7 วันเลยตัดใจนอนอยู่บ้าน

บังเอิญมีเพื่อนรุ่นพี่คนนึง ชื่อ Ariful เป็นชาวบังกลาเทศ เคยไปเรียน ป.โทที่ มวล. หลังจบจาก มวล.เขาก็ไปทำ ป.เอกที่ฮ่องกง ตอนนี้มาแลกเปลี่ยนที่กรีซเขาก็อยากเที่ยวยุโรป เลยชวนผมเที่ยวด้วย ผมเลยลองเช็คค่าเดินทาง ก็สาหัสพอสมควร แต่โดนยั่วยุด้วยที่พักฟรีที่โรมผมเลยไป

วันที่ 24 ธันวาคม

ผมออกเดินทางจากสนามบิน EuroAirport ที่ Basel โดยนั่งรถบัสจากไฟรบวร์กมาประมาณ 45 นาที (26 ยูโร) ด้านในของสนามบินจะมี 2 ฝั่งคือฝั่งฝรั่งเศสกับฝั่งสวิส ฝั่งฝรั่งเศสไว้สำหรับ Air France (ล่ะมั้ง) ฝั่งสวิสไว้สำหรับ EasyJet ซึ่งผมจะบินกับ EasyJet แต่ผมมานั่งรอในฝั่งฝรั่งเศส เพราะฝั่งสวิสเขาใช้เงินสวิสฟรังก์ซึ่งผมไม่มี ขี้เกียจแลก

มันตลกที่ว่าฝั่งสวิสพูดด๊อยช์ แต่ใช้เงินสกุลอื่น แต่ฝั่งฝรั่งเศสใช้ยูโร แต่ไม่พูดด๊อยช์ โอ๊ยยยย

Hall 1, 2 ฝรั่งเศส Hall 3, 4 สวิส กั้นด้วยเส้นขาว 1 เส้น
จุดเช็คอินดูสบายๆ แต่ไม่ค่อยสบายนักเพราะเข้มงวดเรื่องกระเป๋าแครี่ออนมาก ใบเดียวเท่านั้น ขนาดต้องไม่เกิน ไม่งั้นต้องจ่ายเพิ่ม
ที่นี่ไม่มีงวงช้าง ต้องเดินมาขึ้นเครื่อง

เครื่องขึ้นแล้ววววววว!

วิวเหนือ Basel
สวยงาม
เหนือน่านฟ้าสวิสเซอร์แลนด์ เทือกเขาแอลป์

ลืมบอกไป ว่า Basel เป็นเหมือนสามเหลี่ยมทองคำ คือเป็นชายแดน 3 ประเทศคือฝรั่งเศส เยอรมนี และสวิสเซอร์แลนด์ ถ้าบินมาลงที่นี่ ก็สามารถนั่งรถไฟต่อไปเที่ยวทั้งสามประเทศได้ง่ายๆเลย ใกล้ๆก็มี Zurich, Bern, Freiburg และ Colmar เป็นต้น หรือแม้แต่ Liechtenstein ก็อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มาก


2 ชั่วโมงผ่านไป.. เครื่องลงจอดที่ Rome Fiumicino ในเวลาพลบค่ำ ผมเห็นวิวชนบทรอบนอกของโรมก่อนเครื่องลงจอด ผมเห็นบ้านคนเป็นสีส้มเหลืองไปหมด ดูแล้วรู้สึกแห้ง รวมทั้งต้นไม้ก็ยังเขียวๆอยู่ มันต่างจากเยอรมนีอย่างเห็นได้ชัด

Processed with VSCOcam with c1 preset
“โรม่าสีส้ม” เป็นชื่อที่ผมตั้งในโรม
20141225 _DSC7595
ตึกในโรม

ผมนั่งรอเพื่อนอยู่พักใหญ่ แล้วก็มีญาติห่างๆของเพื่อนมารับเราไปที่พักของเขาด้วยรถยนต์ จุดหมายแรกของเราคือร้านขายของชำของเขาเอง (เราเรียกเขาว่ามามา เป็นชื่อที่ใช้เรียกผู้ชายที่แก่กว่าในภาษาบังกาลี)

ร้านขายของชำของมามา

บ้านและร้านของมามาอยู่ในละแวก Mario Montorio ที่อยู่ด้านตะวันตกเฉียงเหนือของโรม ความรู้สึกแรกที่ผมเห็นของละแวกนั้นก็คือ มีรถยนต์จอดตามข้างถนนเยอะมาก!  จอดกันเป็นแนวยาว ซ้าย-ขวาเต็มไปหมด นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าแถวนั้นไม่มีที่จอดรถใต้ดินกระมัง ผมก็ไม่ได้ถาม

ตรอกในโรม

ที่พักของมามาเป็นห้องชายโสด อยู่กันประมาณ 7-8 คน เป็นคนบังกลาเทศทั้งหมด เป็นอพาร์ตเมนต์ มี 2 ห้องนอน 1 ครัว 1 ห้องน้ำ ในแต่ละห้องนอนก็มี 4 เตียงแยกไปคนละมุม ไม่มีที่นั่งทำงานอ่านหนังสือเลย มีแต่เตียงและพื้นที่ว่างๆ เรียกได้ว่ามีความเป็นส่วนตัวน้อยมาก ผมคิดว่าทุกคนไปอยู่ที่นั่นเพื่องานโดยเฉพาะ อยู่โรมครึ่งปี กลับบ้านไปหาครอบครัวอีกครึ่งปี อะไรทำนองนั้น

ไปเที่ยวโรมครั้งนี้ ผมแทบจะไม่ได้วางแผนเลย เพราะไม่ทราบเลยว่าบ้านของมามาอยู่ละแวกไหน ได้คิดไว้แค่เพียงว่าจะไปดู Colosseum, Trevi Fountain และวาติกัน

และการเที่ยวโรมครั้งนี้ก็ไม่ยากลำบากนัก เนื่องจากเพื่อนของผมเป็นคนบังกลาเทศ ไปไหนไม่ถูกก็เรียกคนหน้าตาแขกๆมาถามได้ Ariful เขาดูออกว่าคนไหนเป็นบังกาลี ที่โรมมีคนบังกาลีไปอยู่ทำงานหลักหมื่นคน ส่วนใหญ่จะทำงานรับจ้าง ค้าขาย/ทำธุรกิจตามอัตตาภาพ Ariful บอกว่า GDP ของประเทศเขาอันดับ 2 รองจากการส่งออกเครื่องนุ่งห่มมาจากคนบังกาลาที่ทำงานนอกประเทศนี่แหละ

เราไปถึงค่ำแล้ว เลยพักผ่อนออกจากออกเที่ยว อาหารมื้อเย็นที่เขาเลี้ยงเป็นข้าวหมกเนื้อ รสชาติเผ็ดๆร้อนๆ เค็มนิดๆ ไม่หวาน กินกับผักสดหั่นฝอยบีบน้ำมะนาว ก็ถือว่าไม่เลวนะ แต่ผมชอบข้าวหมกไก่มากกว่า (และชอบข้าวบุคอรีมากกว่าข้าวหมกไก่) ส่วนมื้อในวันหลังก็เป็นข้าวสวยกินกับผัดกะหล่ำปลีใส่เครื่องเทศ รสชาติเผ็ดเอาเรื่องเลย กับซุปผัก ในฐานะที่ผมถูกสอนมาให้กินให้ครบ 5 หมู่ทุกๆมื้อ มันเลยพิลึกๆหน่อยเวลาไม่ได้กินเนื้อ ผมบ่นในใจ อีกวันนึงเลยได้กินแกงเนื้อเลย รสชาติคล้ายๆมัสมั่นหรือแกงกะหรี่ ผมจัดหนักเลยทีเดียว ส่วนมื้อเช้าเขาเอาข้าวมาต้มกับนม ก็เป็นข้าวต้มที่หวานๆหน่อย


วันที่ 25 ธันวาคม

เราออกเดินทางประมาณ 10 โมง นั่งรถบัสจาก Mario Montorio มาต่อเมโทรที่สถานี Battistini เราไม่ค่อยแน่ใจเส้นทางเลยให้ Ariful ไปถามพ่อค้าบังกาลีที่อยู่แถวนั้น

พ่อค้าชาวบังกาลี หน้าสถานีเมโทร Battistini

การเดินทางในโรมก็มีทั้งเมโทรและรถบัส เมโทรจะครอบคลุมแค่เขตใจกลางเมืองนอกเมืองก็ต้องนั่งบัสกันไป ต้องระวังให้ดีเวลาดูเที่ยวรถที่ป้ายรถประจำทาง เพราะรถบางคันวิ่งแค่ตอนดึก ต้องดูเวลาดีๆครับ สงสัยถามคนแถวนั้นได้ หรือจะเดินก็ไม่มีใครว่านะครับ ..เสพบรรยากาศ

ถนนหนทาง

เมโทรที่โรมราคาเที่ยวละ 1.7 ยูโร ตั๋ว 1 วันราคา 6.8 ยูโรถ้าจำไม่ผิด (แต่น่าจะจำผิด) วันแรกเราซื้อตั๋ววันใช้ แล้วพอนั่งเมโทรไปสถานีกลาง เราโดนไล่ออกจากสถานีเพราะว่าเขาจะหยุดทำงานในช่วงบ่ายเป็นต้นไป เพราะมันเป็นวันคริสต์มาส!

บรรยากาศในเมโทร
พ่อลูกที่มาหารายได้ในเมโทร

แต่ก่อนหน้าที่จะโดนไล่ เราได้นั่งเมโทรไปเดินเล่น “กรุงวาติกัน” กันมาเรียบร้อยแล้ว เดินจากสถานีเมโทรค่อนข้างไกล แต่ไม่หลงแน่ๆเพราะมีป้ายบอกทางและก็มีคนเดินนำหน้าเราไปเยอะมาก ไปถึงก็เห็นคนยืนอยู่เต็มไปหมด มันเป็นเวลาที่โป๊ปพูดพอดี ดูในจอเป็นหน้าโป๊ป เสียงที่เราฟังอยู่ตอนนั้นคือเสียงโป๊ป!

Rome
Pope
กรุงวาติกัน
20141225 _DSC7477
คนที่มาฟัง Pope
20141225 _DSC7508
นี่ผมเอง
ตำรวจวาติกัน

เราเดินทางด้วยเมโทรต่อไปสถานี Termini อย่างที่บอกไปแล้วว่าเราถูกกันตัวให้ออกมาจากเมโทรเพราะเขากำลังจะหยุดให้บริการ เราเลยติดแหง็กอยู่ที่ Termini ซึ่งเป็นศูนย์กลางการเดินทางของโรม ทั้งรถบัส เมโทร และรถไฟ

เรายืนรอรถบัสเพื่อไปโคลอสเซียม รออยู่เกือบๆชั่วโมงไม่มาสักที สายอื่นผ่านไปเป็นสิบคันเลย ผมเลยชวนเพื่อนเดินไปโคลอสเซียม นางยึกยักนิดนึงแต่ก็ยอมมา

ประมาณครึ่งชั่วโมงหรืออาจจะชั่วโมงผ่านไป เราก็เดินลัดเลาะตาม Google Map มาจนถึงโคลอสเซียม ตะโกนกับตัวเองในใจว่า “กูมาถึงแล้วโว้ยยยยยยยยยยยย!!” ผมก็เดินเก็บภาพไปตามประสา ..น่าเสียดายที่เขาปิดไม่ให้เข้าไปข้างใน เพราะซ่อมแซมอยู่ ผมเลยต้องจำใจทำสัญญากับตัวเองไว้ว่าจะมาอีก

Colosseum
20141225 _DSC7570
ร้านค้าข้าง Colosseum
บรรยากาศรายรอบ Colosseum

จากการสอบถามไกด์แถวนั้น (ใช้เพื่อนไปถามคนบังกาลา) ว่าจะกลับเข้าเมืองยังไงเพราะมันไม่มีรถ ก็ได้ข้อมูลมาพอสมควร โดยเฉพาะว่ารถบัสจะให้บริการอีกในเวลา 4 โมงเย็น แต่เราตัดสินใจเดินแวะชมนู่นนี่นั่นตามรายทางไปเรื่อยๆจนไปถึง Termini และจับรถจากตรงนั้นกลับบ้าน

เราตั้งต้นเดินจากโคลอสเซียมไป Piazza Venezia ก็ได้พบเจอสถานที่ต่างๆตามภาพครับ

ผู้ชายคนนี้นั่งจดหรือวาดอะไรอยู่ผมก็ดูไม่เห็น
Altar of the Fatherland ในบริเวณ Piazza Venezia
20141225 _DSC7606
Basilica S Cosma E Damiano
20141225 _DSC7620
Nerva’s Forum or Transitorio
20141225 _DSC7632
Santi Luca e Martina

เมื่อเดินถึง Piazza Venezia เราก็ไปจุดหมายต่อไปคือ Trevi Fountain ที่อยู่ไกลออกไปไม่มาก และมีเมโทรอยู่แถวนั้น เมื่อเดินไปถึงก็พบว่ามีคนมาชมเยอะมาก แต่น้ำพุอยู่ในช่วงซ่อมแซมพอดี เลยไม่มีน้ำ มีแค่สะพานสร้างไว้ให้เดินเข้าไปดูรูปปั้นใกล้ๆ

20141225 _DSC7660
ทางเดินที่สร้างไว้ให้คนเดินไปชม Trevi Fountain ใกล้ๆ
20141225 _DSC7661
สภาพในช่วงปิดซ่อม

หลังเสร็จจาก Trevi Fountain เราก็หวังว่าเมโทรจะเปิดแล้ว แต่ก็ยังไม่เปิด เลยต้องเดินไปต่อรถบัสที่ Termini สอบถามจากคนแถวนั้นก็ได้เขาช่วยพาขึ้นรถมาเรื่อยๆ คนโรมใจดีนะ พูดอังกฤษได้ คนที่มาช่วยเราเป็นผู้หญิงสูงวัยด้วยซ้ำ และอีกคนก็เป็นหญิงแอฟริกันที่มาทำงานที่โรม เดินทางอยู่ประมาณ 2-3 ชั่วโมงครับกว่าจะกลับถึงบ้าน ต้องเบียดเสียดกับผู้คนมาเพราะรถมีน้อย


สิ่งที่ผมนึกได้ระหว่างนั้นคือ คืนนั้นเป็นคืนคริสมาสต์ แต่มันเงียบนะ ไม่มีเสียงเพลงจิงเกอบงจิงเกอเบลอย่างที่ไทยด้วยซ้ำ ครูที่โรงเรียนภาษาเล่าให้ฟังว่าคริสมาสต์ที่เยอรมันก็เงียบ ไปเยี่ยมญาติหรือคนสนิท กินมื้อค่ำกัน มอบของขวัญ แล้วก็แยกย้าย มันเหมือนเป็นคืนของการภาวนา ปลาบปลื้มอยู่เงียบๆ อยู่กับตัวเอง อยู่กับคนที่รัก ถ้าไม่มาอยู่ยุโรปผมคงไม่รู้หรอกว่าจริงๆวันคริสมาสต์เขาทำอะไรกัน คนไทยเราถึงวันคริสมาสต์ตามห้างร้านมีของขายเยอะไปหมด มีประดับร้านด้วยต้นคริสมาสต์ ไฟกระพริบ แต่เอาจริงๆถามว่าเรารู้อะไรบ้างเกี่ยวกับคริสมาสต์ ..น้อย เรารู้แค่ว่ามีซานตาคลอสมาให้ของขวัญแค่นั้นแหละ จากที่ฟังครูสอนภาษามา เหมือนกับว่าคนเยอรมันไม่ค่อยอะไรมากกับซานตาคลอสด้วยซ้ำ ..ในความเข้าใจของผมนะ


วันที่ 26 ธันวา

เราเริ่มวันด้วย Espresso สไตล์อิตาลี มันเข้มเปรี้ยวถูกใจผมมาก ร้านกาแฟคับคั่งไปด้วยลูกค้าจนไม่มีที่จะเดินไปสั่ง ที่นั่งเต็มจนต้องยืนดื่ม เราไปนั่งดื่มหน้าร้านเพราะวันนี้อากาศสดใสแล้ว (สองวันก่อนฟ้าปิด) ผมถ่ายรูปตัวเองมาหนึ่งใบ เลียนแบบ Vivian Meier

20141226 _DSC7667
หน้าร้านกาแฟ

วันนี้เป็นวันที่เราเดินทางไปจุดหมายที่ 2 คือปารีส เราบินในช่วงบ่าย ช่วงเช้าเลยอยู่ว่างๆ ไม่กล้าออกไปเที่ยวเพราะกลัวกลับมาไม่ทัน ด้วยความที่เพื่อนของผมและญาติของเขา “ชิล” สักหน่อย ไม่สรุปสักทีว่าจะต้องเดินทางไปสนามบิน Ciampino ยังไง จะไปส่งมั้ยหรือจะให้ไปเอง มามาก็ไม่บอก Ariful ก็ไม่ถาม ความกังวลเลยตกอยู่ที่ผมเพราะผมรู้ว่าสนามบินมันอยู่ไกลจากที่เราอยู่มาก

แต่สุดท้ายมามาบอกว่าเขาจะพาเราไปละหมาดวันศุกร์ก่อน แล้วจะเลยไปส่งที่สนามบิน ผมนี่อัลฮัมดุลิลาฮเลย!


จาก Mario Montorio เราเดินทางประมาณ 45 นาทีก็มาถึง Rome Grand Mosque ที่ Campi Sportivi มาชาอัลลอฮ มัสยิดที่นี่ใหญ่และสวยมาก เราไปช้าแล้วล่ะ คนเต็มแล้ว ไม่มีที่นั่ง เลยต้องยื่นรอ ที่นี่กุฏบะฮฺเป็นภาษาอาหรับ รอบๆมัสยิดก็มีคนมาตั้งร้านขายของเยอะแยะ มีทั้งร้านอาหาร ร้านขายเครื่องใช้ทั่วไป ของที่ระลึก ผมเตะตากับเนื้อย่าง Adana มากๆ (เคยกินที่ตุรกี) ถ้ามีเวลาพอจะแวะแน่ๆ

Rome Grand Mosque
Rome Grand Mosque

หลังการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง เราก็มาถึงสนามบิน Rome Ciampino เป็นสนามบินเล็กๆที่มี RyanAir ของฝรั่งเศสเป็นเที่ยวบินหลักของที่นี่ หลังจากเชคอิน ฝากกระเป๋าเสร็จแล้วเราก็ไปรอเครื่อง เครื่องเลทประมาณครึ่งชั่วโมง เลยได้ชมวิวในตอนอาทิตย์ตกของอิตาลีขณะเครื่องขึ้นเป็นของปลอบใจ ผมแปลกใจมากที่บนเครื่องมีสลากชิงโชคขายด้วย ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อน

สนามบิน Rome Ciampino

อิตาลี (หรือแค่โรม) ให้ความรู้สึกร้อนแล้งและน่าตื่นเต้น เหมือนกับดนตรีอิตาเลี่ยนไม่มีผิด บ้านเรือนที่นี่เป็นสีส้มสลับกับเหลือง สอดรับกับต้นไม้เมดิเตอร์เรเนียนได้เป็นอย่างดี (ส่วนใหญ่จะเป็นสนทะเล) โรมเป็นเมืองที่โรแมนติก แต่มันคนละแบบกับปารีส ถ้าเป็นศิลปะก็คงจะเป็นศิลปะที่เร่าร้อนและดิบกว่า

กรุงวาติกันให้ความรู้สึกว่ามันจริงจัง เงียบขรึมกว่าอิตาลี ถึงแม้จะอยู่ในจุดๆเดียวกันแต่สถาปัตยกรรมของเขาให้ความรู้สึกที่ต่างกัน

คนอิตาลีใจดี มีน้ำใจ อัธยาศัยดี เพื่อนชาวอิตาลีของผมทุกคนเป็นคนน่ารัก เพราะประเทศเขาน่ารัก

สาวๆอิตาลีสวยเข้ม ดูติสต์บ้างแต่ไม่เท่าสาวปารีส

ผมจบตอนนี้ไว้เพียงแค่นี้ก่อน ไว้เจอกันในตอน “Paris, je’ taime” และ “Netherland, hou van jou” ครับ

Author: Pakpoom

A Thai student in Germany, "it's not easy to be an adult".

3 thoughts on “Roma, ti amo”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s