Netherland, hou van jou

Processed with VSCOcam with c3 preset

29 ธันวาคม 2014

หากนึกถึงเนเธอร์แลนด์ โดยเฉพาะ Amsterdam ก็คงหนีไม่พ้นกังหันลม คลอง บ้านริมคลอง และย่านโคมแดง…

และแล้วทริปส่งท้ายปี 2014 ของผมก็ได้เดินทางมาถึงประเทศสุดท้ายแล้ว หลังจากที่ผมและ Ariful ได้ไปเที่ยวโรม และปารีสเสร็จแล้ว เราก็จับรถไฟ SNCF จากสถานี Gare du Nord จากปารีสมายังเมือง Rotterdam

ความจริงแล้วรถไฟขบวนที่เรานั่งมามันจะไปสุดปลายทางที่ Amsterdam นั่นแหละครับ แต่ว่าเราลงที่ Rotterdam เพราะว่าเราตั้งใจจะพักที่ไลเด้น (Leiden) ก่อน เนื่องจากก่อนมาผมได้ปรึกษาน้องเปล นักศึกษาปริญญาโทที่มหาวิทยาลัยไลเด้น ก็ได้คำตอบว่ามันจะดีกว่า ถ้าผมพักที่ไลเด้น เพราะเธอคิดว่า Amsterdam ในเวลากลางคืนไม่ค่อยปลอดภัยนัก การค้าประเวณีทำให้มี Drug dealer เยอะตามไปด้วย ถ้าผมไปเดินท่อมๆกลางคืนหาที่พักหรือชมเมือง อาจจะเจอมิจฉาชีพเข้าได้ อีกอย่างคือผมจะได้ไปเจอพี่ด๊ะ (อ.อัมพร หมาดเด็น) ที่มา Conference ที่ไลเด้นด้วย

ไลเด้นเป็นเมืองเล็กๆน่ารัก กลางคืนเดินชมร้านรวงได้ (แต่ปิดเร็ว) ผู้คนอัธยาศัยดี พ่อค้าแม่ค้าพูดอังกฤษได้ ตามป้ายต่างๆจะมีแต่ภาษาดัชต์ แต่คนที่รู้เยอรมันจะพอเดาออก

เราเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงโดยรถไฟท้องถิ่นจาก Rotterdam มีทริคอยู่นิดนึงในการซื้อตั๋วรถไฟที่เนเธอร์แลนด์ คือ ผมแนะนำว่าให้ซื้อจากตู้อัตโนมัติ จะได้ตั๋วที่ราคาถูกกว่าซื้อจากพนักงานครับ รถไฟท้องถิ่นที่นี่สวย สีน้ำเงินแถบเหลืองเข้ากันดีมาก มี wifi ฟรีให้ใช้ด้วย วิ่งประมาณ 110-120 กม./ชม. ซึ่งผมอยากให้วิ่งช้ากว่านี้เพราะจะได้ใช้ wifi นานๆหน่อย

ไลเด้นตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางจาก Rotterdam ไป Amsterdam และระหว่างทางจากไลเด้นไป Amsterdam ก็มีสนามบินนานาชาติ Schiphol ที่เราสามารถไปขึ้นเครื่องได้ตลอดเพราะมีรถไฟวิ่งทั้งวันทั้งคืนครับ

เรามาถึงสถานี Leiden Centraal ในเวลาประมาณ 2 ทุ่มกว่าๆ เช็คอินที่โรงแรม iBis (คืนละ 80 Euro พัก 2 คน) ที่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ แล้วก็เดินออกมาหามื้อค่ำ..

พิพิธภัณฑ์กังหันลมที่ไลเด้น

หากเราตั้งต้นเดินตรงจากสถานี Centraal เรื่อยๆ จะเจอสะพานข้ามคลองเล็กๆ ด้านซ้ายจะเห็นกังหันลม ตั้งตะหง่านอยู่ไม่ไกลนัก มันคือพิพิธภัณฑ์กังหันลม ที่หนังสือนำเที่ยวบอกว่าเราสามารถไปเดินชมได้ฟรี แต่ถ้าจะเข้าไปให้กังหันลม ก็จะต้องเสียค่าเข้า ซึ่งมีราคาต่างกันไปในแต่ละโรง

เดินไปอีกจะเป็นย่านร้านค้าของไลเด้น จะมีร้านอาหารเอเชียเต็มไปหมด ฮาลาลหลายร้านเลย มีทั้งตุรกี โมร็อคโค อินโดฯ จีน ในละแวกนี้เราจะเริ่มเห็นเอกลักษณ์ของเนเธอร์แลนด์แล้ว ซึ่งก็คือคลอง และบ้านสวยๆริมคลองครับ

บรรยากาศไลเด้นตอนกลางคืน
บรรยากาศไลเด้นตอนกลางคืน

เราเดินไปเรื่อยๆก็เจอะกับถนนช็อปปิ้งของไลเด้น เราไปดึกร้านส่วนใหญ่จึงปิดไปแล้ว เหลือแต่ร้านอาหารและไอริชผับที่ยังเปิดอยู่

เห็น Shoarma แล้วรู้เลยว่าเป็นร้านตุรกี
บรรยากาศริมคลอง
ถนนช็อปปิ้ง
ตรอกที่แตกจากถนนช็อปปิ้ง

ณ ถนนช็อปปิ้งนี้จะเห็นว่ามีไฟประดับเป็นรูปกุญแจอยู่ พี่ด๊ะบอกผมว่ากุญแจเป็นสัญลักษณ์ของไลเด้น เราใช้เวลาเดินเล่นไม่นานก็ทั่วตัวเมืองไลเด้น สุดท้ายเราก็นึกได้ว่าหิว จึงตัดสินใจเดินเข้าร้านอินโดนีเชีย ผมลืมชื่อร้านไปเรียบร้อยแล้ว

เราเข้าไปซื้อตอนที่เขาจะปิดร้านแล้ว เลยต้อง take home มา ระหว่างที่รออาหาร เราก็ได้คุยกับคนขายที่เป็นหุ้นส่วนร้านด้วย เขาเป็นคนอินเดียที่โตในเดนมาร์ก และเคยทำงานมาแล้วหลายประเทศรวมทั้งที่มิวนิคด้วย เขาจึงพูดเยอรมันได้ เขาเป็นคนขยันมากๆ เราพูดคุยกันถูกคอ เลยได้ของแถมมาเยอะแยะ แบ่งกินเป็นอาหารเช้าอีกมื้อได้เลยทีเดียว ร้านนี้ขายอาหารหลากหลายพอสมควรเลยครับ มีทั้งอาหารอินโดฯ อินเดีย และอื่นๆที่ผมก็บอกไม่ถูกว่ามันชาติไหน เราหิ้วข้าวกลับมาทานที่โรงแรม จากนั้นก็อาบน้ำเข้านอนครับ

อาหารที่ร้านนี้ขาย
อาหารที่ร้านนี้ขาย

วันที่ 30 ธันวาคม 2014

เราตื่นเช้าแต่งตัวตั้งแต่อาทิตย์ยังไม่ขึ้น (อาทิตย์ขึ้น 9 โมงเช้า) เราเดินทางจากไลเด้นประมาณ 10 โมงด้วยรถไฟไป Amsterdam อากาศวันนี้ครึ้มอย่างที่เห็นครับ

บนรถไฟจากไลเด้นไปอัมสเตอร์ดัม

ประมาณ 20 นาทีต่อมาเราก็ถึงสถานี Amsterdam Centraal จากสถานีนี้เราสามารถต่อรถไฟเข้าเยอรมันได้ ซึ่งพรุ่งนี้ผมก็ต้องมาขึ้นรถไฟกลับเยอรมันที่นี่แหละ

สถานี Amsterdam Centraal

Amsterdam Centraal เป็นตึกเก่าที่สวยมากๆ ด้านหน้าของสถานีเป็นต้นทางของ Tram ที่นำเราไปยังสถานที่ต่างๆ มีอยู่หลายสายครับ อาจจะต้องเดินหาดีๆว่าสายที่เราต้องการขึ้นอยู่ที่ชานชาลา A หรือ B ก็ค่อนข้างวุ่นวายพอสมควร

คนรอขึ้น Tram
บรรยากาศภายใน

ตัว Tram นั้นสามารถซื้อได้บนรถได้เลย ซื้อได้จากคนขับ หรือไม่ก็จะมีบูธขายตั๋วอยู่ด้านท้ายของตัวรถ ผมไปซื้อแล้วเขาบอกว่าตั๋วหมด ก็เลยได้นั่งฟรี

…ความจริงแล้ว เราสามารถเดินตรงดิ่งจากสถานี Centraal ไปตามถนนเรื่อยๆได้เลยครับ ตรงนั้นจะเป็นถนน Damrak ถนนชื่อดังของอัมสเตอร์ดัม แต่เนื่องจากผมกับเพื่อนต้องไปธุระที่ Ceintuurbaan ที่อยู่ตอนใต้ของเมืองก่อน เราเลยต้องนั่ง Tram กันครับ ซึ่งผมจะพูดถึงถนน Damrak ทีหลัง

ถนน Damrak

หลังจากเสร็จธุระแล้ว เราก็เดินต่อมาทางตะวันออกนิดนึง เพื่อละหมาดในมัสยิดครับ ผมดูข้อมูลจาก Google Map มาก่อนแล้วว่าตรงนี้มีมัสยิดอยู่ ก็เดินหากันจนเจอครับ ได้ละหมาดพร้อมกับชาวอัมสเตอร์ดัมด้วย สบายใจ

มัสยิดในอัมสเตอร์ดัม
map mosque amsterdam
เส้นทางเดินจากสถานี Ceintuurbaan/Van Woustraat ไป Stichting Moskee Arrahman

ถึงเวลาเดินชมเมืองแล้ว!

ย่านที่เราอยู่ตอนนี้เริ่มว่า Amstel ครับ เอกสารเก่าที่เขียนในปี ค.ศ. 1275 บอกว่าชื่อ Amsterdam มาจาก “Aemstelredamme” ที่แปลว่า เขื่อน(หรืออาจจะเป็นฝาย)ในแม่น้ำ Amstel ซึ่งย่านนั้นก็คือละแวกที่ผมอยู่ตอนนี้ล่ะครับ

Amstel
Amstel

ตรงนี้เราจะเห็นบ้านเรืออยู่ประปราย ตามลำคลองในอัมสเตอร์ดัมมีบ้านเรือลอยลำอยู่ประมาณ 4000 ลำครับ เนื่องจากหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 มีคนอพยพเข้ามาอยู่ในเมืองมาก ที่อยู่จึงขาดแคลน รัฐจึงอนุญาตให้นำเรือมาจอดในคลองและทำเป็นที่พักได้ (ต้องเสียภาษีและเคลื่อนย้ายไม่ได้) บ้านเรือนี้ใช้พักอาศัยจริงๆ บางที่ก็ดัดแปลงเป็นร้านอาหารหรือโรงแรมไปแล้ว

บ้านเรือ
Ariful กับเพื่อนใหม่

เจ้าหงส์ตัวนี้เห็นเราเดินมาก็ร้องใหญ่ ยิ่งเราเข้าใกล้ก็ยิ่งร้องดัง ผมก็ไม่แน่ใจว่ามันจะกัดเราหรือมันหิวกันแน่.. พอเริ่มเดินเข้าใจกลางเมือง ตึกรามบ้านช่องก็เป็นอย่างที่เห็นละครับ

จักรยานและบ้านเรือ
บรรยากาศทั่วไป
ถนนริมคลอง
โบสต์
บรรยากาศทั่วไป
บรรยากาศทั่วไป
จักรยานกับคลอง
สะพานเปิด

เดินขึ้นเหนือมาเรื่อยๆเราพบกับ Nieuwmarkt และตึก Waag Society ครับ เป็นตึกที่สวยมาก ตรงนี้เป็นตลาดที่มีร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ต้นไม้เล็กๆ มีร้านอาหารไทยด้วยนะ ชื่อร้านว่า สองแคว

Waag Society, Nieuwmarkt
Nieuwmarkt

..ใกล้ๆกับ Nieuwmarkt ก็เป็นหนึ่งในย่านที่พลุกพล่านที่สุดของ Amsterdam ละครับ ก็คือ Red Light District หรือย่านโคมแดง บางคนมาที่นี่เพื่อดู บางคนมาที่นี่เพื่อหาความสุข บางคนมาเพื่อหาเงิน คือทั้งโสเภนี และคนค้ายาเสพติดที่มีเยอะจนรัฐต้องขึ้นป้ายเตือนเลยทีเดียว

Red Light District

ผมเดินผ่านช่องโชว์ตัวเรียกลูกค้าของบรรดาสาวขายบริการ ก็ถูกกวักมือเรียกเล็กน้อย ผมก็รู้สึกจั๊กกะจี๋แปลกๆนะ เขินฮะ รีบเดินหนีเลย

Red light district

ถ้าใครหวังว่าจะดูรูปร่างหน้าตาของเจ้าหล่อน ผมเกรงใจเลยถ่ายมาไม่ให้ติดพวกเขา ใครอยากมาเห็นก็มาเองแล้วกันเน้อออ..

เป็นหลักฐานว่ามาถึงแล้วนะ

แถวนั้นก็มี Sexmuseum ด้วยครับ แต่ด้วยความที่เรามีเวลาไม่มากผมก็เลยไม่ได้เข้า ดูจากด้านนอกอุปกรณ์ทางเพศที่เขาจัดแสดงก็ตื่นตาตื่นใจไม่น้อยเลยล่ะ


แสงเย็นสวยๆ

พูดได้ว่า บรรยากาศยามเย็นก่อนอาทิตย์ตกดินของ Amsterdam นี้โรแมนติกมากๆ แสงอาทิตย์สีส้มจัดสาดส่องไปตามความยาวของลำคลอง แต้มสีอาคารบ้านเรือนให้เป็นสีส้มไปด้วย สวยงามติดตาตรึงใจ ถ้าผมหาแฟนได้จะพามาฮันนีมูนที่นี่แหละครับ แหะๆ

หงส์ที่นี่จะเข้าหาคนเพื่อขออาหาร
แสงเย็นสวยๆ
แสงเย็นสวยๆ
บ้านริมคลอง

หอคอยโรงกษาปณ์

หอคอยโรงกษาปณ์ ตั้งอยู่ที่กลางจัตุรัสมุนท์เพลน (Muntplein) ในยุคกลางเป็นประตูเมืองตามแนวกำแพงเมืองอัมสเตอร์ดัม ในสมัยที่ฝรั่งเศสปกครองถูกดัดแปลงเป็นโรงกษาปณ์ หอระฆังถูกสร้างต่อเติมในปี 1699 เพื่อตีบอกเวลา

หลังจากผ่านย่าน Red Light District ออกมาก็กลับมาที่ถนน Damrak ล่ะครับ ตรงนั้นมีพระราชวังหลวง (Koninklijk) โบสถ์ใหม่ (Nieuwe Kerk) และจัตุรัสดัม (Dam Square) อยู่ด้านซ้าย ด้านขวาเป็นอนุสาวรีย์แห่งชาติ (Nationaal Monument) และเป็นเส้นทางไป Red Light District ที่อยู่ไม่ไกลนัก ด้านหลังมีพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ่ และ พิพิธภัณฑ์ตลาดหุ้น (Beurs van Berlage) เสียดายที่ลืมไปดูรูปปั้น “กระทิงเปลี่ยว” ที่จัตุรัส Beursplein ที่อยู่ใกล้ๆนั้นเอง

พระราชวังหลวง พิพิธภัณฑ์ ณ จัตุรัสดัม
หน้าพระราชวังหลวง
พิพิธภัณฑ์มาดามทุสโซ่
อนุสาวรีย์แห่งชาติ

เราใช้เวลาที่จัตุรัสดัมพอสมควร ที่นี่ยิ่งเย็นคนยิ่งมาเดินเยอะครับ อาทิตย์ตกดินพอดี เราเลยบอกลา Amsterdam ขึ้นรถไฟกลับมาไลเด้นครับ วันนี้เป็นวันที่สนุกอีกวันนึงเลย

บ้านริมคลอง
ข้างๆสถานี Centraal

เวลาแค่หนึ่งวันมันไม่พอสำหรับการสำรวจเมืองนี้ครับ ผมยังไม่ได้ไปอีกหลายที่ โดยเฉพาะพิพิธภัณฑ์แวนโก๊ะและอื่นๆ ที่อยู่นอกเมืองไปทางใต้นิดหน่อยเลย ตรงนั้นเรียกว่า Museumplein ครับ เป็นจุดที่มีตัวอักษร iamsterdam อยู่ ใครมา Amsterdam ก็ต้องมาถ่ายรูปตรงนั้นแหละ

ผมพบว่าคนเนเธอร์แลนด์เป็นคนที่ใจดี เราไปถามคุณป้าพนักงานรถไฟเกี่ยวกับรถเที่ยวที่ต้องขึ้น เราถามค่อนข้างเซ้าซี้เลยล่ะ แต่เขาก็ใจดีตอบทุกอย่างอย่างเต็มใจ พูดอังกฤษได้ดีด้วย Amsterdam รวมไปถึงไลเด้นน่าเที่ยวครับ เที่ยวแล้วมีความสุข บรรยากาศมันเป็นกันเองกว่าเยอรมัน สินค้าและบริการราคาไม่แพง ไม่ต่างกับเยอรมันด้วยซ้ำ

ณ จุดนี้ถือว่าทริปส่งท้ายปี 2014 ของผมและ Ariful ก็จบลงแล้ว เรากลับไปทานอาหารเย็นกับพี่ด๊ะ (ขอบคุณที่เลี้ยงนะครับ) ที่ไลเด้น เราพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเลยทีเดียว แล้วก็แยกย้ายกลับที่พัก ซึ่งในตอนเช้า Ariful ต้องออกจากที่พักตอนตีสี่เพื่อบินกลับเอเธนส์กับไฟลท์ 6 โมงเช้า ส่วนผมก็ออกมาหลังจาก Ariful นิดหน่อยเพื่อนั่งรถไฟกลับไฟรบวร์ก ผมสัญญากับตัวเองแล้วครับว่าจะมาเนเธอร์แลนด์อีก ครั้งหน้าคงจะมาในช่วงที่อากาศอบอุ่นกว่านี้สักหน่อย..


วันที่ 31 ธ.ค. รถไฟ ICE จาก Amsterdam ใช้เวลา 7 ชั่วโมงในการเดินทางกลับไฟรบวร์กครับ ผมนี้นั่งจนเบื่อเลยทีเดียว รู้อย่างนี้ ไม่ขี้เหนียวเงินและบินกลับน่าจะดีกว่า แต่ก็โอเคล่ะครับ ระหว่างทางผ่านโคโลญ ตอนนั้นเยอรมันหิมะตกครับ ผมได้เห็น Cologne Cathedral ถูกปกคลุมด้วยหิมะ สวยไม่ใช่ย่อยเลย ไว้วันหลังจะมาเที่ยวโคโลญบ้าง

ไฟรบวร์กต้อนรับผมด้วยหิมะหนา เห็นหิมะแล้วหายเมื่อยจากการเดินทาง 7 ชั่วโมงเลยทีเดียวครับ ผมขอลาทุกท่านด้วยภาพหิมะจากไฟรบวร์กแล้วกัน (ซึ่งมันไม่เกี่ยวอะไรกับเนเธอร์แลนด์เลย) แล้วพบกันใหม่ใน Post หน้าครับ ..สวัสดี

Processed with VSCOcam with a6 preset

Author: Pakpoom

A Thai student in Germany, "it's not easy to be an adult".

3 thoughts on “Netherland, hou van jou”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s