Paris, je’ taime

20140930 _DSC6217

ปารีส เมืองศูนย์กลางการท่องเที่ยว.. ใครๆก็มาเที่ยวปารีสกัน ปารีสเป็นเมืองต้องห้ามพลาด ชีวิตนึงถ้ามีโอกาสมายุโรป คุณต้องไปเที่ยวปารีส!

หลังจากจบคอร์สภาษาคอร์สแรก ผมก็ได้หยุดเรียนหลายวัน หยุดนานๆแบบนี้จะอยู่บ้านเฉยๆได้ยังไง มันต้องไปเที่ยว ใช่มั้ยครับทุกท่าน?

ถือว่าพอเหมาะพอเจาะพอดี ที่ผมได้เพื่อนชาวแคนาดาพาเที่ยวปารีส เขาเคยอยู่ปารีสมาหลายปี ดังนั้นเขารู้จักปารีสดี และพูดฝรั่งเศสได้ เราออกเดินทางด้วยรถไฟจากไฟรบวร์กไป Basel สวิตเซอร์แลนด์ เพื่อต่อรถไฟ TGV ของฝรั่งเศสไปปารีส เจ้ารถ TGV นี้วิ่งเร็วกว่า ICE ของเยอรมันนิดนึง ก็ตื่นเต้นดีครับ เป็นรถไฟที่เร็วที่สุดที่ผมเคยนั่งแล้วล่ะ..


แนะนำคณะทัวร์ของเรานิดนึง.. จากซ้าย Edgar จากเม็กซิโก น้องเต้ยจากสุราษฎร์ และ Gabriel จากแคนาดาครับ แต่ผมเรียกมันว่าโฟรโด้

คณะทัวร์

Nodre-Dame Cathedral

เราไปถึงปารีสในเวลาบ่าย รถไฟเข้าจอดที่สถานี Gare de Lyon ที่อยู่ไม่ไกลกับ Notre-Dame Cathedral มากนักเราเลยแวะชมที่นี่ก่อนเข้าที่พัก

20140929 _DSC5595

Notre-Dame เป็น Cathedral ที่ชื่อดังมากๆ ดังที่สุดได้เลยล่ะมั้ง ตั้งอยู่บนเกาะ สามารถนั่ง Metro ไปขึ้นที่บนเกาะได้เลย แต่ก็ต้องเดินไกลสักหน่อยครับกว่าจะถึง

Notre-Dame เริ่มสร้างในปี ค.ศ. 1163 และเปิดในปี ค.ศ. 1345 มีความสูง 96 เมตร สร้างด้วยสถาปัตยกรรม Gothic แบบฝรั่งเศส ก็เป็น Cathedral ที่สวยงามทั้งด้านนอกและด้านใน นักท่องเที่ยวสามารถเข้าชมด้านในได้ฟรี แต่ถ้าหากจะขึ้นไปด้านบนก็ต้องจ่ายเงินครับ (ไม่ทราบว่าเท่าไหร่)

20140929 _DSC5629

20140929 _DSC5634

20140929 _DSC5643

20140929 _DSC5646

20140929 _DSC5662

20140929 _DSC5667

20140929 _DSC5673

20140929 _DSC5679

20141001 _DSC6328

20141001 _DSC6361

ถ้าได้ไปก็อย่าลืมไปสะพานกุญแจนะครับ สะพานนี้มีกุญแจล็อคทิ้งไว้เต็มไปหมด บนกุญแจจะเขียนชื่อตัวเองและคนรักเอาไว้ เพื่อนของผมก็ไปหาซื้อกุญแจมาเขียนชื่อตัวเองและล็อคทิ้งไว้ด้วยเหมือนกัน

20140929 _DSC5612


หลังจากชม Nodre-Dame เสร็จแล้ว เราก็ไปเช็คอินที่โฮสเทล The Loft ที่จองไว้แล้ว โฮสเทลนี้อยู่ในละแวกชาวตุรกี สามารถเดินทางไปง่ายๆด้วย Metro สถานี Belleville เดินขึ้นมาปุ๊บจะเห็นหอไอเฟลอยู่ไกลๆเลย ..ใช่แล้ว! เป็นแวบแรกที่ผมได้เห็นหอไอเฟล ดีใจมากๆ ตื่นเต้นมากๆ (ถึงมันจะอยู่ไกลมากก็เถอะ) จากที่เหนื่อยๆนี้รีบเอาของไปเก็บแล้วลงมาขึ้นรถไปชมไอเฟลใกล้ๆเลยครับ

ขึ้นมาจากสถานีเมโทรก็เห็นวิวนี้เลยครับ เดินลงไปจะเป็นย่านคนตุรกี และต่อไปก็คนจีน มีร้านอาหารไทยอยู่บ้าง แต่ผมเดาว่าไม่ใช่ร้านของคนไทย

ถ้าใครไปพักที่นี่ ถ้าเดินตามถนนลงเขาไปทางหอไอเฟล เราจะเจอไชน่าทาวน์ครับ ไม่ต้องกลัวอดอยากเลย แต่สำหรับผมแล้ว เคบับตุรกีถูกใจผมกว่าเย้อะะะะ!


การจะเดินทางไปหอไอเฟล เรานั่ง Metro ไป (ไม่ได้นั่งรถบัสเลย) ไปสถานีกลาง Cite แล้วก็ต่อสาย C ไปลงสถานีใกล้ๆหอไอเฟล ถึงแล้วก็ต้องเดินทางประมาณกิโลนึงครับกว่าจะถึง..

20140929 _DSC5703

20140929 _DSC5708

20140929 _DSC5709

20140929 _DSC5725

หอไอเฟลตั้งชื่อตามชื่อของสถาปัตยกรชื่อ Alexandre Gustave Eiffel มีความสูง 324 เมตร ฐานกว้าง 125 ตารางเมตร ในปี ค.ศ. 1884 ถูกใช้เป็นซุ้มประตูในการเปิดงาน World’s Fair เป็นสิ่งก่อสร้างที่สูงที่สุดในปารีส และเป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีคนเยี่ยมชมมากที่สุดในโลกถึง 6.98 ล้านคนในปี ค.ศ. 2011 และพึ่งจะมีผู้เยี่ยมชมครบ 250 ล้านคนในปี ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมา

20140929 _DSC5729

20140929 _DSC5757


วันที่สอง

ในวันแรกเราไปที่หอไอเฟลในตอนค่ำแล้ว ฝนตกด้วย ก็เดินชมอยู่ได้พักนึงแล้วกลับ แต่ในวันหลังเราก็ได้ไปหอไอเฟลอีกในตอนเช้าเลย เราไปต่อแถวเพื่อขึ้นลิฟต์ไปบนหอไอเฟลกัน ค่าขึ้นก็คนละ 12 ยูโรครับถ้าจำไม่ผิด

เสาของหอไอเฟล

20140930 _DSC5771

20140930 _DSC5774

20140930 _DSC5778

20140930 _DSC5783

20140930 _DSC5799
ด้านล่างของภาพนี้เป็นจุดที่แอฟ-สงกรานต์ และแมทธิว-ลิเดียไปถ่ายพรีเวดดิ้งกัน

20140930 _DSC5809

ตึกใหญ่ๆด้านซ้ายมือบนคือตึก Montparnasse ที่เราจะขึ้นไปในตอนเย็น
แหงนกันเมื่อยคอเลยทีเดียว

20140930 _DSC5823

20140930 _DSC5834

ถึงจุดนี้ก็เรียกได้ว่าผมได้ทำเป้าหมายชีวิตสำเร็จไปแล้วอย่างหนึ่ง (ยังมีเหลืออีกเยอะ) คือ มาเห็นมาสัมผัสหอไอเฟลด้วยตาตัวเองสักครั้ง ฟินเลยทีเดียว..


เสร็จจากหอไอเฟล เราก็มุดดินมาขึ้นที่ Arc of Triumph ครับ

Arc of Triumph เป็นหนึ่งในสิ่งก่อสร้างที่มีคนเยี่ยมชมมากที่สุดในปารีสเช่นเดียวกับหอไอเฟล ตั้งอยู่ที่กลาง Place Charles de Gaulle หรือ Place de l’Étoile ที่จุดสิ้นสุดด้านตะวันตกของถนนชื่อดัง Champs-Élysées หรือช็องอะลีเซ่

มาถึงแล้ว Arc of Triumph

20140930 _DSC5898

แน่นอนครับว่าเราเยี่ยมชมด้านบนของ Arc of Triumph ได้ ซึ่งก็ต้องเสียค่าเข้าชมแน่นอน ซึ่งแถวยาวมากๆ ผมเลยไม่ขึ้นไป แค่เดินชมรอบๆ

มีชื่อเรียกในภาษาฝรั่งเศสว่า Arc de Triomphe ถูกสั่งให้สร้างในปี 1806 เพื่อเป็นเกียรติให้กับทหารที่ไปรบและตายเพื่อฝรั่งเศสในช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส และรบในสงครามนโปเลียน ภายใต้ยังเป็นสุสานของทหารไร้นามที่เสียชีวิตในสงครามโลกครั้งที่ 1 ด้วย ที่นี่มีไฟแห่งชัยชนะอยู่ เป็นไฟที่ไม่มีวันดับ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเขาทำยังไงหรือทำไมมันถึงไม่ดับ..

มีคนมานั่งกินข้าวที่นี่ด้วย
Arc of Triumph ที่เห็นจากฝั่ง Louvre

อยู่ตรงนั้นได้พักหนึ่งเราก็ตอนมาตามถนนช็องอะลิเซ่ เพื่อไปที่ Louvre ซึ่งไกลพอสมควร แต่อากาศไม่ร้อนเราก็เดินได้เรื่อยๆ ระหว่างที่ซ้ายขวาของช็องอะลิเซ่ก็เต็มไปด้วยห้างร้านใหญ่โต ขายเสื้อผ้าเป็นหลัก มีคนเดินไปมาขวักไขว่

20140930 _DSC5900

20140930 _DSC5907

20140930 _DSC5911

20140930 _DSC5925

20140930 _DSC5933

20140930 _DSC5937

20140930 _DSC5940

20140930 _DSC5943


แล้วเราก็เดินทางจนถึงสวนสาธารณะหลัง Louvre ในวันนั้นเองมีงานแฟชั่นโชว์ด้วย มีคนเยอะมากๆ ทั้งนางแบบ ผู้จัดงาน และตากล้อง เราใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะหลุดพ้นผู้คนมาได้ครับ..

ถ้าเจอคนนี้ ให้ดูอยู่ไกลๆนะครับ อย่าไปเล่นนก อย่าไปชวนให้อาหาร ไม่งั้นแกจะเก็บตัง

เราก็มาถึงพิพิธภัณฑ์ Louvre แล้วครับ ..ที่นี่แหละ!

ถึง Louvre แล้วครับ

พิพิธภัณฑ์ลูฟ หรือ Louvre Museum หรือ Musée du Louvre เป็นหนึ่งในพิพิธภัณฑ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ตั้งอยู่ในเขตที่ 1 ของปารีส ถือว่าเป็นใจกลางปารีสเลยทีเดียว ภายในมีวัตถุทางประวัติศาสตร์ทั้งด้านศิลปะและมนุษยวิทยาตั้งให้ชมประมาณ 35,000 ชิ้น ในพื้นที่ประมาณ 60,600 ตารางเมตร ลูฟเป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคนเยี่ยมชมมากที่สุดในโลก คือ 9.7 ล้านคนในปี 2012

ลูฟตั้งอยู่ในพระราชวังลูฟอีกทีนึง พระราชวังลูฟถูกสร้างเพื่อเป็นป้อมปราการในช่วงปลายของศตวรรษที่ 12 ในปี 1682 พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้เลือกพระราชวังแวร์ซายเป็นที่พำนัก จึงเปลี่ยนให้ลูฟเป็นที่จัดแสดงของสะสมของพระองค์แทน หลังจากการปฏิวัติฝรั่งเศส คณะ National Assembly จึงให้ลูฟเป็นพิพิธภัณฑ์เพื่อจัดแสดงศิลปะระดับ Masterpiece แทน ในส่วนของพีระมิดแก้วนั้นพึ่งมาสร้างในปี 1988-1989 นี้เองครับ

แต่ทว่า เรายังไม่เข้าไปชม Louvre ในวันนี้ เพราะว่าเราไปถึงในช่วงบ่ายแล้ว เข้าไปตอนนี้จะเดินดูไม่คุ้ม แถวก็ยาวมากด้วย อ่ะ ชมภาพด้านนอกไปก่อนครับ

20140930 _DSC5972

20140930 _DSC6002

20140930 _DSC6009


เสร็จจาก Louvre เราก็ออกเดินทางต่อไปยังตึกสูงแห่งหนึ่งที่ชื่อ Montparnasse Tower ครับ ซึ่งจากบนดาดฟ้าของตึกนี้ เราสามารถขึ้นไปชมวิวสวยๆของปารีสได้ มีบาร์ให้นั่งดื่มอะไรได้ ค่าขึ้นประมาณ 12-16 ยูโร (ผมลืมไปแล้ว) การเดินทางไปยัง Montparnasse Tower ก็ไม่ยากเลย เราสามารถนั่งเมโทรไปยังสถานีที่ชื่อเดียวกับตึกเลยครับ ตอนขึ้นมาอาจจะต้องเดินนิดนึงครับ ซื้อตั๋วเสร็จก็ขึ้นลิฟท์ไปด้านบนได้เลย!

วิวจากบน Montparnasse Tower

20140930 _DSC6085

20140930 _DSC6093

20140930 _DSC6097

20140930 _DSC6217

ฝากไว้ว่าถ้าใครจะไปถ่ายรูปอาทิตย์ตกดิน ไปล่วงหน้าสักพักนะครับ เพราะต้องไปจองที่นิดนึง และถ้าเอาขาตั้งไปตั้งที่พื้น จะมีปัญหานิดหน่อย อาจจะโดนคนเตะขาได้เพราะคนเยอะ ใครๆก็อยากมาดูมุมที่สวยที่สุด และพื้นเป็นพื้นไม้ คนเดินใกล้ๆก็สั่นละครับ ภาพก็สั่นไปด้วยอย่างเลี่ยงไม่ได้


วันที่สาม

แผนเที่ยววันนี้ คือ เช้าไปลูฟ และบ่ายไปพระราชวังแวร์ซายครับ

ลูฟปิดทุกวันอังคารครับ ถ้าจะเข้าชม ควรไปตั้งแต่เช้าเพราะคนเยอะมาก ต้องรอนาน ถ้าไปสายรับรองว่าเดินดูไม่ทั่วแน่ๆ ถ้าท่านผู้อ่านรู้ว่าจะไปวันไหน จองตั๋วล่วงหน้าไว้เลยครับจะได้เข้าไปเร็ว ไม่ต้องต่อแถวนานๆ

ค่าเข้าชมคนละ 12 ยูโร ไม่มีส่วนลดเลยครับ เราไปลูฟแต่เช้าเลย ต่อแถวประมาณชั่วโมงนึงก็ได้เข้าไป เดินจนเหนื่อยครับ มันใหญ่มาก! มีอะไรให้ดูเยอะมาก ผมใช้เวลาครึ่งวันเช้าในการเดินให้ทั่ว (แต่ว่าไม่ได้รายละเอียดเลย) แต่ก็ได้เห็นของสำคัญๆครบนะ เช่น โมนาลิซ่า และผลงานอื่นๆของดาวินชี และงานปั้นดังๆอื่นๆ ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าตั๋วแล้วล่ะ ครั้งนี้ในลูฟผมเดินดูเป็นหลักครับ ไม่ได้ถ่ายภาพมา (ถ่ายกับมือถือบ้าง) ดังนั้นจะขอยกลูฟไปพูดถึงในตอนหน้านะครับ

บันไดเวียนในลูฟ


พระราชวังแวร์ซาย

พระราชวังแวร์ซายอยู่นอกเมืองครับ การเดินทางไปจะต้องนั่งรถไฟสาย C ไปจนสุดปลายทาง ใช้เวลาประมาณ 30 นาที และต้องซื้อตั๋วเฉพาะด้วยนะ ตั๋วรายวันที่เราซื้อจะไม่ครอบคลุมที่นี่ ถ้ามีวีซ่านักเรียนยุโรปและ UK สามารถขอเข้าชมฟรีได้ครับ ถือพาสปอร์ตที่มีวีซ่าไปให้เขาดูได้เลย

20141001 _DSC6235

เมื่อไปถึงสถานีแวร์ซาย เราก็ต้องเดินอีกประมาณกิโลนึงได้เลยล่ะ มาถึงก็จะเห็นด้านหน้าดังภาพด้านบน

20141001 _DSC6239

20141001 _DSC6244

ชมด้านในกันบ้าง..

20141001 _DSC6247

20141001 _DSC6248

20141001 _DSC6250

แวร์ซายนี้สวยมาก สวยจนมีพระราชวังอื่นๆก๊อบไปสร้างตาม เท่าที่ผมรู้ก็คือพระราชวัง Dolmapace ที่ Istanbul นั่นก็สวยมากๆเหมือนกัน กษัตริย์องค์ท้ายๆของอาณาจักรออตโตมันสร้างพระราชวังนั้นตามแวร์ซายเพื่อแสดงออกว่าเป็นพวกเดียวกัน

นอกจากนั้นก็มีวัง Schwetzingen Schloss ที่ Schwetzingen, Germany ใกล้ๆกับที่พักของผมก็สร้างจำลองจากแวร์ซายมาเช่นกัน แต่รายละเอียดนั้นห่วยแตกมากครับ ที่นั่นเขาไม่ได้ก๊อบมาแต่วังนะ เขาก๊อบแปลนสวนมาด้วย และสวนของวังนี้มีส่วนนึงปลูกซากุระไว้เป็นบริเวณใหญ่เลย สวยมากๆ ผมก็ได้ไปถ่ายรูปตรงนั้น 2 ครั้งติดๆกันเลย

ออกทะเลซะแล้ว เรากลับไปแวร์ซายกันเถอะ

20141001 _DSC6251

20141001 _DSC6252

20141001 _DSC6265

เสร็จจากด้านในพระราชวัง ก็อย่าลืมเดินชมสวนด้านหลังแวร์ซายนะครับ

20141001 _DSC6269

20141001 _DSC6277

น่าเสียดายที่มีการปิดน้ำพุในสวนเพื่อซ่อมแซมพอดี แต่นอกนั้นสวยงามจับใจครับ

20141001 _DSC6279

20141001 _DSC6285

20141001 _DSC6298

สวนหลังวังแวร์ซายใหญ่โตมโหฬารเลยล่ะ เดินกันเมื่อยเลยทีเดียว ด้านหลังของสวนก็มีวังอีกวังนึง เก็บค่าเข้าชมแยกต่างหาก แต่ผมใช้วีซ่านักเรียนขอร้องเข้าไปชม ย้ำว่าขอร้อง เพราะบอกว่าชั้นไม่รู้ว่าเก็บตังอีกที รู้งี้ชั้นไม่เดินมาหรอก! 555 เจ้าหน้าที่ก็ใจดีอนุญาติให้เข้าครับ แต่ถ้าคุณไม่ใช่นักเรียน ผมคิดว่าไม่ต้องไปหรอก มันไม่มีอะไรเลย เปลืองตัง

20141001 _DSC6306

เราเดินกลับมาที่แวร์ซายเพื่อรับขาตั้งกล้องคืน (ลืมบอกว่าห้ามเอาเข้าไป เลยต้องฝากเขาไว้ตอนเข้า) และขึ้นรถกลับครับ ใกล้ค่ำแล้ว จ้ำกันใหญ่เลย ถึงแม้ว่าวังจะปิดให้เข้าชมแล้ว แต่ส่วนรับฝากของยังเปิดดู ดังนั้นไม่ต้องกังวลว่าจะต้องกลับมารับของคืนในวันต่อไปครับ

20141001 _DSC6317

20141001 _DSC6319

เสร็จจากแวร์ซายผมก็กลับไปที่ Notre-Dame อีกครั้งเพื่อเก็บภาพที่นี่ในเวลากลางคืน ตามภาพที่ลงไปแล้วด้านบน หลังจากนั้นก็กลับที่พักครับ (ภาพอยู่ด้านบน)


วันที่ 4

วันนี้เป็นวันสุดท้ายที่เราอยู่ปารีส เราเดินทางในตอนบ่าย หลังจากเชคเอ้าท์โรงแรม เราก็ใช้เวลาสั้นๆไปเยี่ยมชม Montmartre ภูเขาที่เป็นอีกสัญลักษณ์หนึ่งของปารีสครับ บนยอดเขามี Basilica อยู่ สามารถเข้าชมได้ฟรี แต่ห้ามถ่ายภาพครับ (มีเจ้าหน้าที่คอยห้าม แต่ผมก็ถ่ายมาได้ อิอิ)

20141002 _DSC6370

20141002 _DSC6374

ที่นี่เป็นสถานที่ที่คนมาเที่ยวเยอะเลยล่ะ เพราะด้านบนจะสามารถมองเห็นวิวของปารีสทั้งเมืองได้ ผมไปที่นี่สองครั้งแล้ว เจอคนไทยทั้งสองครั้งเลยครับ คนไทยเราเจี๊ยวจ๊าวไม่แพ้คนจีนเลย นี่พูดเลย

20141002 _DSC6397

ด้านในของ Basilica ผู้ชายใส่เสื้อสูทก็คือเจ้าหน้าที่ที่คอยห้ามถ่ายรูป

ข้อควรระวัง: ที่ไหนคนเยอะก็จะมีมิจฉาชีพครับ ที่ไอเฟลกับ Montmarte ก็เป็นที่ๆที่มีมิจฉาชีพเยอะ ผมไม่นับว่าพี่มืดที่ขายพวงกุญแจ หรือหอไอเฟลจำลองเป็นมิจฉาชีพนะ แกอาจจะดูน่ากลัวไปบ้างแต่แกก็ขายของสุจริตนะ แต่จะมีกลุ่มผู้หญิงและเด็กสาวแต่งตัวมอมแมมมาเชิญชวนให้เราบริจาคเงิน อย่าไปหลงเซ็นต์ชื่อนะ ไม่งั้นจะโดนบังคับให้จ่ายเงิน ก็เดินออกมาเลย ..แล้วก็ที่ Montmarte จะมีพี่มืดบางคนถือด้ายเส้นเล็กๆมาผูกข้อมือเรา อย่างกับว่าจะผูกให้สวยๆ แต่จริงๆแล้วมันเป็นเงื่อนที่แก้ไม่ออก ถ้ามันได้ผูกแล้ว มันจะขู่เอาเงินเรา (ผมใช้คำว่าขู่นะ) ถ้าพลาดแล้วก็หาวิธีเลี่ยงมาแล้วกัน ถ้าให้ดีเดินเลี่ยงๆพวกนี้ดีกว่าครับ เพื่อนผมก็โดน แล้วไม่ยอมจ่าย เกือบจะได้ชกกับพวกนี้แล้ว


ก็ถือว่าเป็นอันจบทริป 4 วันในปารีสของผมครับ ตอนนั้นเป็นช่วงปลายกันยายน อากาศดีมากๆเลย สนุกมากครับ ผมชอบปารีสเลยล่ะ โรแมนติกดี หลังจากนั้นผมก็ได้ไปปารีสอีกครั้งหนึ่งตอนปลายปี ในทริปเดียวกับอิตาลีและเนเธอร์แลนด์

โดยรวมแล้ว อย่างที่บอกครับ ผมชอบปารีสนะ หากไปอีกจะไปเก็บมิวเซียมต่างๆครับ ถ้าไปฮันนีมูนนี้เหมาะเลย (แต่อัมสเตอร์ดัมเหมาะกว่า) ถ้าคุณมีเวลา 2-3 วัน ผมแนะนำว่าให้ไปลูฟและขึ้นไอเฟลในตอนเช้า แวร์ซายไปตอนบ่ายๆเย็นๆก็จะสวย และอย่าลืมเดินเล่นแถวช็องอะลิเซ่นะครับ

เรื่องโดนล้วงกระเป๋านี้เราไม่มีใครโดนครับ ผมเอากระเป๋าตังไว้กระเป๋ากางเกงหน้าตลอด และไม่เข้าใกล้ใครเลย ที่น่ากลัวก็คือพวกที่มาขอบริจาคนั่นแหละครับ เดินหนีๆไปเลย

ปารีสอาจจะสกปรกไปหน่อย เดินตามถนนอาจจะเหม็นฉี่บ่อยๆ ต้องเข้าใจครับว่าเมืองใหญ่ คนไร้บ้านเยอะ

การเดินทางก็ยึดเมโทรเป็นหลักได้เลย จะได้ไม่มึนไม่หลง เมโทรของปารีสแต่ละสายจะไม่เหมือนกัน แต่ละสถานีเองก็หน้าตาไม่เหมือนกันด้วย ผมชอบอย่างนึงคือจะมีคนมาเล่นดนตรีในทางเดินของเมโทรด้วย ยืนฟังเพลินเลยครับ โชคดีคุณอาจจะเจอนักดนตรีระดับโลกมาเล่นนะ

ปารีสเป็นเมืองที่มีทั้งด้านบวกและลบ สวยบ้างไม่สวยบ้าง แต่มีเสน่ห์น่าค้นหาครับ ไปแล้วอยากไปอีกด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่แน่ใจ ถ้ามีเงิน โอกาส และเวลา ก็อยากให้มาเที่ยวปารีสกันสักครั้งครับ🙂

ชักภาพเป็นที่ระลึก มาถึงแล้วนะปารีส..

Author: Pakpoom

A Thai student in Germany, "it's not easy to be an adult".

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s